ระบบจองคิวผ่าน LINE OA ทำยังไง ทำฟรีได้ไหม? ทำได้ 4 วิธี คือ ให้แอดมินรับจองในแชทเอง วางลิงก์หน้าจองฟรีไว้ในริชเมนู ทำหน้าจองที่เปิดในแอป LINE ด้วย LIFF หรือ LINE MINI App และให้ AI รับจองในแชทเดียวกับที่ลูกค้าทักมา สองวิธีแรกเริ่มได้ฟรีด้วย LINE OA แพ็กเกจฟรี แต่ในศูนย์ช่วยเหลือ LINE OA ไม่มีหมวดฟังก์ชันรับจอง ร้านจึงต้องเลือกเองว่าจะให้ลูกค้าจองทางไหน ข้อมูลในบทความนี้ตรวจจากหน้าทางการเมื่อ 4 ต.ค. 2569 (ปี 2026)

ร้านบริการส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากระบบจอง แต่เริ่มจากลูกค้าทักมาถามว่า "พรุ่งนี้บ่ายว่างไหม" และ LINE คือช่องทางที่ร้านเข้าถึงลูกค้าไทยได้กว้างมาก หน้า LINE Official Account ของ LINE for Business[1] ระบุว่าบัญชีทางการช่วยให้ร้านเข้าถึงลูกค้าไทยได้ถึง 56 ล้านบัญชี ส่วนผลสำรวจของ Facebook กับ BCG ที่ THE STANDARD รายงาน[2] พบว่าผู้ตอบชาวไทย 61% เคยแชทกับแบรนด์หรือผู้ขายระหว่างช้อปปิ้ง ตัวเลขหลังเป็นข้อมูลปี 2562 แต่ก็ชี้ว่าคนไทยคุ้นกับการถามในแชทก่อนซื้อมานานแล้ว

บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของคลินิก ร้านนวด สปา ร้านทำผม และธุรกิจคอร์สเรียน ที่อยากให้ลูกค้าจองผ่าน LINE OA ของร้านเอง

จองคิวผ่าน LINE OA ทำได้กี่วิธี

คำตอบสั้น: ทำได้ 4 วิธี คือ รับจองในแชทเอง วางลิงก์หน้าจองไว้ในริชเมนู ทำหน้าจองในแอป LINE ด้วย LIFF หรือ LINE MINI App และให้ AI รับจองในแชทเดียวกับที่ลูกค้าทักมา ต่างกันที่ต้นทุน งานตั้งค่า และใครเป็นคนเตือนนัด

  1. รับจองในแชทเอง แอดมินตอบในหน้าแชทของ LINE OA แล้วจดลงสมุดหรือปฏิทินของร้าน ไม่มีค่าระบบ แต่ใช้แรงคนทุกคิว
  2. ลิงก์หน้าจองในริชเมนู สร้างหน้าจองฟรี เช่น หน้าจองของ Google Calendar แล้ววางลิงก์ไว้ที่ปุ่มด้านล่างหน้าแชท ลูกค้ากดไปเลือกเวลาเองบนเว็บ
  3. LIFF หรือ LINE MINI App หน้าจองที่เปิดในแอป LINE เลย ลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม แต่ต้องจ้างนักพัฒนาทำ
  4. AI รับจองในแชท AI ถามบริการ วัน เวลา และจำนวนคนจนครบในแชทเดิม แล้วบันทึกการจองไว้ที่เดียว เช่น ระบบรับจองคิวผ่านแชท

ทุกวิธีในบทความนี้ใช้กับ LINE Official Account ซึ่งเป็นบัญชีธุรกิจ ไม่ใช่ LINE ส่วนตัว เพราะริชเมนู ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และ Messaging API เป็นเครื่องมือของบัญชีทางการ ตารางเทียบทั้ง 4 วิธีอยู่ในหัวข้อสุดท้าย

สร้างระบบจองคิว LINE OA ฟรี ทำยังไง

คำตอบสั้น: ใช้ LINE OA แพ็กเกจฟรีคู่กับหน้าจองที่สร้างได้ฟรี เช่น หน้าจองของ Google Calendar แล้ววางลิงก์ไว้ในริชเมนู เพราะในศูนย์ช่วยเหลือ LINE OA ไม่มีหมวดฟังก์ชันรับจอง และเมนูการจองบนหน้าโปรไฟล์ถูกยกเลิกตามประกาศที่มีผล 22 ต.ค. 2568

ศูนย์ช่วยเหลือ LINE Official Account ภาษาไทย[3] แบ่งฟังก์ชันเป็นหมวด เช่น บรอดแคสต์ ริชเมนู คูปอง บัตรสะสมแต้ม แบบสอบถาม แชท LINE Call โปรไฟล์ธุรกิจ และการตอบกลับอัตโนมัติ จากที่เราตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2569 ไม่มีหมวดไหนเป็นระบบรับจองหรือจัดคิว ส่วนบนหน้าโปรไฟล์ ประกาศเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์ LINE Official Account เมื่อ 30 ก.ย. 2568[4] ยกเลิกเมนู "การจอง (Reservation)" มีผล 22 ต.ค. 2568 ลิงก์ที่ร้านเคยใส่ไว้ถูกย้ายไปแสดงที่ช่องเว็บไซต์ให้อัตโนมัติ

หน้าโปรไฟล์ยังจะเปลี่ยนอีกรอบตามประกาศเปลี่ยนแปลงหน้าโปรไฟล์ธุรกิจของ LINE[5] ซึ่งมีผลตั้งแต่ 21 ต.ค. 2569 ที่อยู่ เวลาทำการ และ URL เว็บไซต์ที่เคยอยู่ด้านบนโปรไฟล์จะย้ายไปรวมในส่วนข้อมูลพื้นฐาน ประกาศระบุว่าข้อมูลที่เผยแพร่อยู่จะถูกย้ายไปรูปแบบใหม่ให้อัตโนมัติ แต่ข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วยังไม่ได้เผยแพร่จะไม่ถูกย้ายและจะถูกลบ ร้านที่วางลิงก์จองไว้บนโปรไฟล์ควรเข้าไปเช็กก่อนวันนั้น

เครื่องมือที่เหมาะที่สุดจึงเป็นริชเมนู ศูนย์ช่วยเหลือของ LINE อธิบายว่าเป็นแถบเมนูขนาดใหญ่ด้านล่างหน้าแชท ใช้พาลูกค้าไปเว็บไซต์ภายนอกได้ และตั้งช่วงเวลาแสดงหรือซ่อนได้ ตามภาพรวมริชเมนูของ LINE Developers[6] ร้านสร้างริชเมนูใน LINE Official Account Manager ผ่านหน้าจอแบบกดเลือกได้เลย ไม่ต้องเขียนโปรแกรม และตารางราคาของ LINE OA คิดเงินเฉพาะค่าข้อความกับของเสริมอย่าง MyCustomer และ MyShop ไม่มีรายการค่าริชเมนูแยก

ตั้งหน้าจองฟรีได้ใน 3 ขั้น ขั้นแรกสร้างหน้าจองใน Google Calendar ตามคู่มือสร้างตารางนัดหมายของ Google Calendar[7] ซึ่งตั้งระยะเวลาต่อคิว ช่วงเวลาที่รับจอง และจำนวนนัดสูงสุดต่อวันได้ ขั้นที่สองวางลิงก์ไว้ที่ปุ่ม "จองคิว" ในริชเมนู ขั้นที่สามตั้งข้อความตอบกลับแบบคีย์เวิร์ดให้คำว่า "จอง" ส่งลิงก์เดียวกันกลับไป ข้อความแบบนี้ไม่นับโควตา ตามศูนย์ช่วยเหลือ LINE เรื่องประเภทข้อความที่นับโควตา[8]

ภาพสามขั้นตอนตั้งหน้าจองคิวฟรี สร้างหน้าจองใน Google Calendar วางลิงก์ไว้ในปุ่มริชเมนูของ LINE OA และตั้งข้อความตอบกลับคีย์เวิร์ดให้ส่งลิงก์ โดยบัญชี Google ส่วนตัวได้หน้าจอง 1 หน้า
หน้าจองฟรี 3 ขั้น ลูกค้ากดจากแชทได้เลย

ข้อจำกัดของหน้าจองฟรี

บัญชี Google ส่วนตัวสร้างหน้าจองได้ 1 หน้า ตามตารางเทียบฟีเจอร์ตารางนัดหมายของ Google Calendar[9] ส่วนอีเมลเตือนอัตโนมัติและการรับชำระเงินเป็นฟีเจอร์ของบัญชีแบบเสียเงิน คู่มือของ Google ยังระบุว่าแบบฟอร์มบังคับกรอกชื่อ นามสกุล และอีเมล และค่าเริ่มต้นให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

ผลในทางปฏิบัติคือ ลูกค้าที่ต้องออกจากแชทไปกรอกฟอร์มบนเว็บอาจกดปิดกลางทาง ลูกค้าที่อยากจองคิวภายในชั่วโมงนี้จะจองไม่ได้จนกว่าร้านจะปรับค่าเริ่มต้น และเพราะการเตือนของ Google เป็นอีเมล ไม่ใช่ข้อความใน LINE ร้านอาจยังต้องทักเตือนเองในแชทอยู่ดี

รับจองในแชทเอง ฟรีแต่ใช้แรงคน

แชทที่แอดมินพิมพ์ตอบลูกค้าไม่นับโควตาข้อความ ข้อจำกัดอยู่ที่เครื่องมือจัดการแชท หน้า OA แชทแพ็กเกจของ LINE[10] ระบุว่าบัญชีที่ไม่ได้ซื้อแพ็กเกจเสริมนี้สร้างแท็กได้ 5 แท็ก ติดได้ 1 แท็กต่อแชท เขียนโน้ตได้ 1 โน้ตต่อแชท และเก็บประวัติแชท 6 เดือน ถ้าจ่ายเพิ่มเดือนละ 555 บาทยังไม่รวม VAT จะได้ 300 แท็ก โน้ตสูงสุด 1,000 โน้ตต่อแชท และเก็บประวัติ 5 ปี

โน้ตแค่ 1 อันต่อแชทอาจไม่พอจดประวัติลูกค้าประจำที่จองหลายรอบ อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ตามศูนย์ช่วยเหลือเรื่องโปรไฟล์ธุรกิจ[11] หน้าโปรไฟล์แสดงเวลาตอบแชทโดยประมาณได้ ร้านที่ตอบช้าบ่อยจึงอาจให้ลูกค้าเห็นตัวเลขนี้ตั้งแต่ก่อนทักมา

ส่วน AI Chatbot (Beta) ของ LINE เอง ตามศูนย์ช่วยเหลือ LINE เรื่อง AI Chatbot[12] ระบบจะเลือกคำตอบจากชุดคำถามคำตอบที่ร้านลงทะเบียนไว้ ต้องซื้อ OA แชทแพ็กเกจก่อน และบัญชีกลุ่มการแพทย์และสวัสดิการอาจใช้ไม่ได้ หน้านี้พูดถึงการตอบคำถามเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าช่วยจัดคิว วิธีตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติอยู่ในตอบแชทไม่ทัน ทำไงดี และค่าแพ็กเกจทั้งหมดอยู่ในราคา LINE OA 2569

ทำระบบจองคิวใน LINE ด้วย LIFF หรือ LINE MINI App คุ้มไหม

คำตอบสั้น: อาจคุ้มเมื่อร้านมีหลายสาขาหรือมีคิวมากพอจะจ้างนักพัฒนา เพราะได้หน้าจองที่เปิดในแอป LINE โดยลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม และถ้าผ่านการรับรองเป็น Verified MINI App จะส่งยืนยันและเตือนนัดได้สูงสุด 5 ข้อความต่อการจองโดยไม่เสียค่าข้อความ ร้านสาขาเดียวที่คิวไม่มากอาจไม่คุ้ม

ภาพรวม LIFF ของ LINE Developers[13] อธิบายว่า LIFF คือแพลตฟอร์มเว็บแอปของ LY Corporation ที่ดึงข้อมูลจาก LINE ได้ เช่น LINE user ID พูดง่าย ๆ คือฟอร์มจองที่เปิดในแอป LINE และรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนจอง ถ้าจะสร้างใหม่วันนี้ หน้าแนะนำ LINE MINI App ของ LINE Developers[14] แนะนำให้สร้างเป็น LINE MINI App เลย เพราะ LIFF จะถูกรวมเข้าไปใน LINE MINI App ตามข่าวเมื่อ 12 ก.พ. 2568

หน้า LINE MINI App ของ LINE ประเทศไทย[15] ยกการจองเป็นตัวอย่างการใช้งาน ทั้งนัดหมายแพทย์ จองบริการต่าง ๆ และส่งแจ้งเตือนก่อนถึงวันนัด จุดเด่นคือ Service Message ซึ่งเอกสาร Service Messages ของ LINE Developers[16] ระบุว่าส่งได้สูงสุด 5 ข้อความต่อการจองหนึ่งครั้ง เช่น ยืนยันการจอง หรือเตือนก่อนวันนัดหนึ่งวัน ข้อความไปโผล่ในห้องแชท "LINE MINI App Notice" และหน้า LINE ประเทศไทยระบุว่าส่งได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

5 ข้อความ

ต่อการจองหนึ่งครั้ง คือจำนวน Service Message สูงสุดที่ LINE MINI App ส่งยืนยันหรือเตือนนัดได้ เฉพาะแอปที่ผ่านการรับรอง ตามเอกสาร Service Messages ของ LINE Developers[16]

แต่มีเงื่อนไขหลายชั้น ใช้ได้เฉพาะ Verified MINI App ซึ่งขั้นตอนขอรับรองเปิดให้เฉพาะ Certified Provider และใช้เวลาพิจารณา 5 ถึง 7 วันทำการ ร้านทั่วไปจึงอาจต้องทำผ่านนักพัฒนาที่ LINE รับรอง ข้อความต้องเป็นการยืนยันหรือตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกค้าทำในแอป ห้ามส่งโฆษณาหรือประกาศกิจกรรม และเทมเพลตต้องผ่านการตรวจของ LY Corporation ก่อน

เรื่องค่าใช้จ่าย เราไม่พบราคาทางการหรือราคาที่ตรวจสอบได้ของการทำหน้าจองแบบ MINI App ราคาจึงขึ้นกับใบเสนอราคาของแต่ละทีม ปัจจัยที่ทำให้ค่าทำระบบขึ้นลงอธิบายไว้ในทำแชทบอทราคาเท่าไหร่ ส่วนร้านที่ต่อ Messaging API อยู่แล้ว ภาพรวมริชเมนูของ LINE Developers ระบุว่าริชเมนูที่สร้างผ่าน API ใส่ปุ่มเลือกวันและเวลา (datetime picker) ได้ แต่ยังต้องมีระบบรับค่านั้นไปเช็กคิวว่าง

ให้ AI รับจองคิวในแชท ทำงานยังไง

คำตอบสั้น: ลูกค้าทักถามคิวในแชทเดิม AI ถามบริการ วัน เวลา และจำนวนคนให้ครบ แล้วบันทึกการจองไว้ที่เดียว ลูกค้าไม่ต้องออกจากแชทไปกรอกฟอร์ม เคสที่ต้องให้คนตัดสินส่งต่อให้ทีมงานตอบเองได้

ลูกค้าพิมพ์มาแบบที่พิมพ์ปกติ เช่น "พรุ่งนี้ 1 ทุ่ม นวดไทย 2 ท่าน ว่างไหม" AI จับให้ได้ว่าต้องการบริการอะไร วันไหน กี่โมง กี่คน ถ้าเวลานั้นเต็มก็เสนอเวลาที่ว่าง ถ้าร้านเก็บมัดจำก็แจ้งยอดและเงื่อนไขเลื่อนนัดในแชท แล้วยืนยันคิวหลังเงินเข้าบัญชีจริง ทุกอย่างจบในห้องแชทเดิม

ภาพตัวอย่างแชทจองคิวร้านนวดใน LINE ตอนสามทุ่มกว่า ลูกค้าถามคิวนวดไทย 2 ท่าน ร้านเสนอเวลาที่ว่าง แจ้งยอดมัดจำพร้อมเงื่อนไขเลื่อนนัด แล้วยืนยันคิวหลังเงินเข้าบัญชี
จองจบในแชทเดิม ตั้งแต่ถามคิวถึงยืนยันมัดจำ

เรื่องค่าข้อความสำคัญกว่าที่หลายร้านคิด คำตอบที่ระบบส่งด้วย reply token ภายใน 1 นาทีหลังลูกค้าส่งข้อความมาไม่นับโควตา LINE OA ตามเอกสาร Messaging API ของ LINE Developers[17] และ token ใช้ได้ครั้งเดียว ส่วนข้อความที่ส่งทีหลังด้วยวิธี Push นับ 1 ข้อความต่อผู้รับ 1 คน ตามหน้าราคา Messaging API ของ LINE Developers[18] ยกเว้นคนที่บล็อกร้านไปแล้ว

1 นาที

คือเวลาที่ระบบมีสำหรับใช้ reply token ตอบข้อความที่ลูกค้าทักมา และ token ใช้ได้ครั้งเดียว ตามเอกสาร Messaging API ของ LINE Developers[17]

ก่อนเลือกระบบ AI รับจองของเจ้าไหน ลองถาม 4 ข้อนี้

  • ระบบตอบแบบ Reply หรือ Push และข้อความแบบไหนบ้างที่ส่งเป็น Push
  • ร้านแบบเราจะใช้โควตาข้อความ LINE OA ราวเดือนละกี่ข้อความ
  • พนักงานเข้าไปรับช่วงแชทไหนก็ได้ทันทีหรือเปล่า
  • การจองจาก LINE, Facebook และ Instagram มารวมในรายการเดียวไหม

คลินิกต้องระวังเพิ่ม ข้อมูลที่ใช้จองอย่างชื่อ เบอร์โทร และเวลานัด อาจเก็บได้ตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562[19] มาตรา 24 (3) ซึ่งให้เก็บได้เมื่อจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อทำตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญา แต่ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ที่ห้ามเก็บโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น

แชทจองคิวของคลินิกจึงอาจไม่จำเป็นต้องถามอาการ ให้ส่งคำถามทางการแพทย์ให้เจ้าหน้าที่ตอบเอง ดูตัวอย่างที่ระบบตอบแชทคลินิก ส่วนร้านนวดและสปาดูได้ที่ระบบจองคิวร้านนวดสปา

YoKit เป็น AI แอดมินภาษาไทยสำหรับ SME ที่ตอบแชท LINE, Facebook และ Instagram รับจองคิวและนัดหมายในแชท ตรวจสลิปมัดจำเทียบกับธุรกรรมธนาคารจริงโดยไม่จำกัดจำนวนใบและไม่หักเครดิตต่อใบ และทำงานได้ 24 ชั่วโมง ราคาเริ่ม 1,490 บาทต่อเดือนรวม VAT แล้ว ทดลองฟรี 7 วันโดยไม่ต้องผูกบัตร

เตือนนัดผ่าน LINE ช่วยลดลูกค้าไม่มาได้จริงไหม

คำตอบสั้น: มีหลักฐานจากงานวิจัยในสถานพยาบาลว่าการส่งข้อความเตือนทำให้คนมาตามนัดมากขึ้น โดยรวม 78.6% เทียบกับ 67.8% เมื่อไม่ได้เตือน แต่เป็นการเตือนทาง SMS ผลกับร้านบริการและ LINE อาจต่างไป และถ้าระบบส่งเตือนเองด้วย Push จะนับโควตา LINE OA

หลักฐานที่ชัดที่สุดที่เราหาได้คือการทบทวนงานวิจัยของ Cochrane[20] ปี 2556 ซึ่งรวมงานทดลองแบบสุ่ม 8 ชิ้น ผู้เข้าร่วม 6,615 คน พบว่าการส่ง SMS เตือนทำให้คนมาตามนัดที่สถานพยาบาลมากกว่าไม่เตือน อัตรามาตามนัดโดยรวมอยู่ที่ 67.8% ในกลุ่มที่ไม่ได้เตือน 78.6% ในกลุ่มที่ได้ SMS และ 80.3% ในกลุ่มที่โทรเตือน

ภาพแท่งเปรียบเทียบอัตรามาตามนัดจากการทบทวนงานวิจัยของ Cochrane กลุ่มที่ไม่ได้เตือน 67.8% กลุ่มที่ได้ SMS เตือน 78.6% และกลุ่มที่โทรเตือน 80.3%
เตือนนัดช่วยให้คนมาตามนัดมากขึ้น ในงานวิจัยสถานพยาบาล

SMS ได้ผลใกล้เคียงการโทร และมีสองงานที่พบว่าต้นทุนต่อการมาตามนัดหนึ่งครั้งของ SMS ต่ำกว่าการโทร 55% และ 65% ผู้วิจัยยังระบุว่าการลืมเป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งที่คนไม่มาตามนัด ข้อความเตือนจึงอาจช่วยได้ตรงจุด

ข้อควรระวังคือคุณภาพหลักฐานอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทุกงานทำในสถานพยาบาล และเป็นการเตือนทาง SMS ไม่ใช่ LINE ร้านนวดหรือร้านทำผมอาจเห็นผลต่างไป เราจึงไม่แปลงตัวเลขนี้เป็นคำสัญญาว่าลูกค้าที่ไม่มาจะลดลงกี่เปอร์เซ็นต์

ส่วนต้นทุน ถ้าแอดมินพิมพ์เตือนเองในหน้าแชทจะไม่นับโควตา แต่การเตือนอัตโนมัติล่วงหน้าหนึ่งวันมักเกิดตอนที่ลูกค้าไม่ได้ทักมา จึงใช้ Reply ไม่ได้และต้องส่งแบบ Push ซึ่งนับ 1 ข้อความต่อผู้รับ 1 คน อีกทางที่ไม่เสียค่าข้อความคือ Service Message ของ Verified MINI App ที่อธิบายไว้ในหัวข้อ LIFF และ LINE MINI App

ลองดูตัวอย่างสมมติ ร้านมีวันละ 10 คิว ส่งเตือนคิวละ 1 ครั้งด้วย Push เดือนหนึ่งจะใช้ราว 300 ข้อความ เท่ากับโควตาทั้งเดือนของแพ็กเกจฟรีพอดี ถ้ายังอยากส่งบรอดแคสต์โปรด้วย ก็ต้องขยับไปแพ็กเกจเบสิก 1,280 บาทต่อเดือนยังไม่รวม VAT ซึ่งได้ 15,000 ข้อความ ตามหน้าแพ็กเกจ LINE OA ของ LINE ประเทศไทย[1] ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สถิติของร้านจริง

300 ข้อความ

ต่อเดือน คือโควตาข้อความทั้งหมดของ LINE OA แพ็กเกจฟรี ร้านตัวอย่างวันละ 10 คิวที่ส่งเตือนคิวละครั้งด้วย Push ก็ใช้หมดพอดี ตามหน้าแพ็กเกจ LINE OA ของ LINE ประเทศไทย[1]

ข้อความเตือนที่ดีควรมีบริการที่จอง วันและเวลา สถานที่หรือสาขา และวิธีเลื่อนนัดในแชทเดิม เช่น "พรุ่งนี้ 14:00 ตัดผมกับช่างเอ ที่สาขาหน้าตลาด ถ้าต้องการเลื่อน ตอบในแชทนี้ได้เลยค่ะ" ลูกค้าที่เลื่อนได้ง่ายอาจเลือกเลื่อนแทนการหายไปเฉย ๆ

เก็บมัดจำผ่าน LINE ยังไงไม่ให้โดนสลิปปลอม

คำตอบสั้น: แจ้งยอดมัดจำ เงื่อนไขเลื่อนและยกเลิกให้ชัดในแชทก่อนลูกค้าโอน แล้วยืนยันคิวหลังเห็นเงินเข้าบัญชีจริงเท่านั้น ไม่ใช่ดูจากรูปสลิป ส่วนการริบมัดจำ กฎหมายวางหลักให้ริบได้เมื่อลูกค้าเป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง แต่ศาลลดยอดที่สูงเกินส่วนได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377[21] ถือว่ามัดจำเป็นหลักฐานว่าสัญญาเกิดขึ้นแล้ว และเป็นประกันว่าจะทำตามสัญญา ส่วนมาตรา 378[22] วางหลักว่า ถ้าไม่ได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น มัดจำให้คืนหรือหักเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการเมื่อทำตามสัญญาครบ ให้ริบได้ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้หรือสัญญาเลิกเพราะความผิดของฝ่ายนั้น และให้คืนถ้าฝ่ายที่รับมัดจำเป็นฝ่ายละเลยเอง

แต่ใช่ว่าร้านจะตั้งมัดจำสูงแค่ไหนก็ได้ พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540[23] มาตรา 7 ให้ศาลลดมัดจำที่สูงเกินส่วนลงเหลือเท่าความเสียหายที่แท้จริงได้ การแจ้งยอดมัดจำ เงื่อนไขเลื่อนนัด และเงื่อนไขยกเลิกให้ชัดในแชทก่อนลูกค้าโอน อาจช่วยลดข้อโต้แย้งภายหลัง เพราะข้อความในแชทอาจใช้เป็นหลักฐานว่าตกลงกันไว้อย่างไร ข้อมูลส่วนนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

อีกความเสี่ยงคือสลิปปลอม บทความวิธีเช็กสลิปปลอมของธนาคารกรุงศรี[24] แนะนำว่าวิธีที่แน่นอนที่สุดคือเปิดแอปธนาคารของร้านเอง แล้วดูยอดคงเหลือกับรายการเคลื่อนไหวล่าสุด และสรุปว่าการป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การจับผิดรูปสลิปด้วยตา แต่คือการมีระบบยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีจริง

ร้านที่มีมัดจำเข้าวันละหลายรายการอาจเปิดแอปเช็กทุกครั้งไม่ทัน ทางอัตโนมัติคือระบบที่ตรวจสลิปแต่ละใบเทียบกับธุรกรรมจริงของธนาคาร ซึ่ง YoKit ทำได้โดยไม่จำกัดจำนวนใบ หลักการทำงานอยู่ในระบบตรวจสลิปอัตโนมัติคืออะไร ถ้ายังตรวจเองอยู่ ดูวิธีเช็กในสลิปปลอม เช็กยังไงให้ชัวร์ และถ้าโดนไปแล้ว ขั้นตอนแจ้งความอยู่ในโดนสลิปปลอม แจ้งความยังไง

เทียบ 4 วิธีรับจองผ่าน LINE ร้านแบบไหนควรใช้แบบไหน

คำตอบสั้น: ร้านที่มีไม่กี่คิวต่อวันเริ่มจากรับจองในแชทหรือวางลิงก์หน้าจองฟรีในริชเมนูได้ ร้านหลายสาขาที่มีงบจ้างนักพัฒนาค่อยดู LINE MINI App ส่วนร้านที่แชทถามคิวเข้าเยอะหรือเข้านอกเวลา การให้ AI รับจองในแชทอาจคุ้มกว่า

วิธี ค่าใช้จ่ายที่ประกาศ ลูกค้าจองตรงไหน การเตือนนัด ตรวจมัดจำ เหมาะกับร้านแบบไหน
รับจองในแชทเอง LINE OA แพ็กเกจฟรี 0 บาท ในแชท แอดมินพิมพ์เอง ไม่นับโควตา เปิดแอปธนาคารเช็กเอง มีไม่กี่คิวต่อวัน และมีคนตอบแชททัน
ลิงก์ริชเมนูกับ Google Calendar 0 บาท ด้วยบัญชี Google ส่วนตัว (หน้าจอง 1 หน้า) หน้าเว็บนอกแชท อีเมลเตือนอัตโนมัติ เฉพาะบัญชี Google แบบเสียเงิน รับชำระเงินในหน้าจองได้เฉพาะบัญชีแบบเสียเงิน บริการไม่ซับซ้อน ลูกค้าเลือกเวลาเองได้
LIFF หรือ LINE MINI App ค่าพัฒนาตามใบเสนอราคา ในแอป LINE Service Message ฟรีสูงสุด 5 ข้อความต่อการจอง เฉพาะ Verified MINI App ต้องสร้างเพิ่ม หลายสาขา คิวเยอะ มีงบจ้างนักพัฒนา
AI รับจองในแชท ค่าบริการรายเดือน เช่น YoKit เริ่ม 1,490 บาท รวม VAT ในแชทเดิม ขึ้นกับผู้ให้บริการ ถ้าส่งแบบ Push นับโควตา YoKit ตรวจเทียบธุรกรรมจริง ไม่จำกัดใบ แชทถามคิวเยอะ หรือเข้านอกเวลาร้านเปิด

สรุปจากหน้าทางการของ LINE ประเทศไทย LINE Developers และ Google Calendar ตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2569

ถ้ามองตามประเภทธุรกิจ แต่ละแบบอาจเหมาะต่างกันแบบนี้

  • คลินิก ถามแค่ข้อมูลที่ใช้นัด และอย่าวางแผนพึ่ง AI Chatbot ของ LINE เพราะบัญชีกลุ่มการแพทย์อาจใช้ไม่ได้
  • ร้านนวดและสปา แชทจองที่เข้าช่วงเย็นและวันหยุดอาจหลุดถ้าไม่มีคนรับ การให้ AI รับจองในแชทอาจคุ้ม
  • ร้านทำผม ถ้ามีช่างหลายคนให้เลือก หน้าจองฟรีหน้าเดียวอาจไม่พอ การรับจองในแชทที่ถามชื่อช่างไปด้วยอาจง่ายกว่า
  • ธุรกิจคอร์สเรียน รอบเรียนกลุ่มต้องนับที่นั่ง อาจเริ่มจากรับในแชทแล้วจดที่นั่งแต่ละรอบไว้ที่เดียว ดูตัวอย่างที่ระบบตอบแชทธุรกิจคอร์สเรียน

ถ้าอยากให้ AI รับจองคิวในแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดูวิธีทำงานที่ระบบรับจองคิวผ่านแชท ตัวอย่างสำหรับร้านนวดสปา และคลินิก หรือเทียบราคาทุกแพ็กเกจ ได้เลย ทดลองฟรี 7 วันโดยไม่ต้องผูกบัตร

ข้อมูลฟีเจอร์ ราคา และตัวบทกฎหมายในบทความนี้ตรวจจากหน้าทางการเมื่อ 4 ต.ค. 2569 เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี LINE และ Google ปรับฟีเจอร์ได้เสมอ ก่อนตั้งค่าจริงควรเปิดหน้าทางการดูอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

LINE OA มีปุ่มจองคิวในตัวไหม

จากที่เราตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2569 ไม่พบระบบที่รับจองและจัดคิวให้ในตัว รายการฟังก์ชันในศูนย์ช่วยเหลือ LINE Official Account ภาษาไทยมีหมวดอย่างริชเมนู คูปอง บัตรสะสมแต้ม แชท และการตอบกลับอัตโนมัติ แต่ไม่มีหมวดรับจอง และ LINE ประกาศยกเลิกเมนู “การจอง (Reservation)” บนหน้าโปรไฟล์ มีผลตั้งแต่ 22 ต.ค. 2568 โดยย้ายลิงก์ที่ร้านเคยใส่ไว้ไปแสดงที่ช่องเว็บไซต์แทน ร้านที่อยากรับจองผ่าน LINE จึงรับจองในแชท ใส่ลิงก์หน้าจองไว้ในริชเมนู หรือเชื่อมระบบภายนอกผ่าน Messaging API

ส่งข้อความเตือนนัดผ่าน LINE OA นับโควตาข้อความไหม

ขึ้นกับวิธีส่ง ถ้าแอดมินพิมพ์เตือนเองในหน้าแชทของ LINE OA จะไม่นับ เพราะ LINE ไม่นับข้อความแชทที่รับส่งกับลูกค้า แต่ถ้าระบบส่งเตือนอัตโนมัติด้วย Push API จะนับ 1 ข้อความต่อผู้รับ 1 คน การเตือนล่วงหน้าหนึ่งวันมักเกิดตอนที่ลูกค้าไม่ได้ทักมา จึงใช้วิธี Reply ไม่ได้ เพราะ Reply ต้องส่งภายใน 1 นาทีหลังลูกค้าทักมา ตัวอย่างเช่น ร้านที่มีวันละ 10 คิวและเตือนคิวละครั้งจะใช้ราว 300 ข้อความต่อเดือน เท่ากับโควตาทั้งหมดของแพ็กเกจฟรีพอดี

ลูกค้าโอนมัดจำแล้วไม่มาตามนัด ร้านริบมัดจำได้ไหม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 วางหลักว่า ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น มัดจำให้ริบได้เมื่อฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือสัญญาเลิกเพราะความผิดของฝ่ายนั้น แต่ พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 ให้ศาลลดมัดจำที่สูงเกินส่วนลงเหลือเท่าความเสียหายที่แท้จริงได้ การแจ้งยอดมัดจำ เงื่อนไขเลื่อนนัด และเงื่อนไขยกเลิกให้ชัดในแชทก่อนลูกค้าโอน อาจช่วยลดข้อโต้แย้งภายหลัง ข้อนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ทำหน้าจองคิวฟรีด้วย Google Calendar แล้วใส่ลิงก์ใน LINE ได้ไหม

ได้ บัญชี Google ส่วนตัวสร้างหน้าจองได้ 1 หน้า ตั้งระยะเวลาต่อคิว ช่วงเวลาที่ว่าง และจำนวนนัดสูงสุดต่อวันได้ แล้วเอาลิงก์ไปใส่ในริชเมนูของ LINE OA ข้อจำกัดคือแบบฟอร์มบังคับกรอกชื่อ นามสกุล และอีเมล ส่วนการส่งอีเมลเตือนอัตโนมัติกับการรับชำระเงินเป็นฟีเจอร์ของบัญชีแบบเสียเงิน และการเตือนของ Google เป็นอีเมล ไม่ใช่ข้อความใน LINE ร้านที่ลูกค้าไม่ค่อยเปิดอีเมลจึงอาจยังต้องทักเตือนเองในแชท

LIFF กับ LINE MINI App ต่างกันยังไง ร้านเล็กควรทำเองไหม

ทั้งสองแบบคือเว็บแอปที่เปิดในแอป LINE ได้โดยลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม LINE Developers แนะนำให้สร้างแอปใหม่เป็น LINE MINI App เพราะจะรวม LIFF เข้าไปในอนาคต จุดเด่นสำหรับการจองคือ Service Message ที่ส่งยืนยันและเตือนนัดได้สูงสุด 5 ข้อความต่อการจองหนึ่งครั้งโดยไม่เสียค่าข้อความ แต่ใช้ได้เฉพาะ Verified MINI App ซึ่งต้องยื่นผ่านผู้ให้บริการที่ LINE รับรอง และใช้เวลาพิจารณา 5 ถึง 7 วันทำการ ร้านสาขาเดียวที่คิวไม่มากอาจไม่คุ้มที่จะจ้างทำ