ระบบจองคิวผ่าน LINE OA ทำยังไง ทำฟรีได้ไหม? ทำได้ 4 วิธี คือ ให้แอดมินรับจองในแชทเอง วางลิงก์หน้าจองฟรีไว้ในริชเมนู ทำหน้าจองที่เปิดในแอป LINE ด้วย LIFF หรือ LINE MINI App และให้ AI รับจองในแชทเดียวกับที่ลูกค้าทักมา สองวิธีแรกเริ่มได้ฟรีด้วย LINE OA แพ็กเกจฟรี แต่ในศูนย์ช่วยเหลือ LINE OA ไม่มีหมวดฟังก์ชันรับจอง ร้านจึงต้องเลือกเองว่าจะให้ลูกค้าจองทางไหน ข้อมูลในบทความนี้ตรวจจากหน้าทางการเมื่อ 4 ต.ค. 2569 (ปี 2026)
ร้านบริการส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากระบบจอง แต่เริ่มจากลูกค้าทักมาถามว่า "พรุ่งนี้บ่ายว่างไหม" และ LINE คือช่องทางที่ร้านเข้าถึงลูกค้าไทยได้กว้างมาก หน้า LINE Official Account ของ LINE for Business[1] ระบุว่าบัญชีทางการช่วยให้ร้านเข้าถึงลูกค้าไทยได้ถึง 56 ล้านบัญชี ส่วนผลสำรวจของ Facebook กับ BCG ที่ THE STANDARD รายงาน[2] พบว่าผู้ตอบชาวไทย 61% เคยแชทกับแบรนด์หรือผู้ขายระหว่างช้อปปิ้ง ตัวเลขหลังเป็นข้อมูลปี 2562 แต่ก็ชี้ว่าคนไทยคุ้นกับการถามในแชทก่อนซื้อมานานแล้ว
บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของคลินิก ร้านนวด สปา ร้านทำผม และธุรกิจคอร์สเรียน ที่อยากให้ลูกค้าจองผ่าน LINE OA ของร้านเอง
จองคิวผ่าน LINE OA ทำได้กี่วิธี
คำตอบสั้น: ทำได้ 4 วิธี คือ รับจองในแชทเอง วางลิงก์หน้าจองไว้ในริชเมนู ทำหน้าจองในแอป LINE ด้วย LIFF หรือ LINE MINI App และให้ AI รับจองในแชทเดียวกับที่ลูกค้าทักมา ต่างกันที่ต้นทุน งานตั้งค่า และใครเป็นคนเตือนนัด
- รับจองในแชทเอง แอดมินตอบในหน้าแชทของ LINE OA แล้วจดลงสมุดหรือปฏิทินของร้าน ไม่มีค่าระบบ แต่ใช้แรงคนทุกคิว
- ลิงก์หน้าจองในริชเมนู สร้างหน้าจองฟรี เช่น หน้าจองของ Google Calendar แล้ววางลิงก์ไว้ที่ปุ่มด้านล่างหน้าแชท ลูกค้ากดไปเลือกเวลาเองบนเว็บ
- LIFF หรือ LINE MINI App หน้าจองที่เปิดในแอป LINE เลย ลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม แต่ต้องจ้างนักพัฒนาทำ
- AI รับจองในแชท AI ถามบริการ วัน เวลา และจำนวนคนจนครบในแชทเดิม แล้วบันทึกการจองไว้ที่เดียว เช่น ระบบรับจองคิวผ่านแชท
ทุกวิธีในบทความนี้ใช้กับ LINE Official Account ซึ่งเป็นบัญชีธุรกิจ ไม่ใช่ LINE ส่วนตัว เพราะริชเมนู ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และ Messaging API เป็นเครื่องมือของบัญชีทางการ ตารางเทียบทั้ง 4 วิธีอยู่ในหัวข้อสุดท้าย
สร้างระบบจองคิว LINE OA ฟรี ทำยังไง
คำตอบสั้น: ใช้ LINE OA แพ็กเกจฟรีคู่กับหน้าจองที่สร้างได้ฟรี เช่น หน้าจองของ Google Calendar แล้ววางลิงก์ไว้ในริชเมนู เพราะในศูนย์ช่วยเหลือ LINE OA ไม่มีหมวดฟังก์ชันรับจอง และเมนูการจองบนหน้าโปรไฟล์ถูกยกเลิกตามประกาศที่มีผล 22 ต.ค. 2568
ศูนย์ช่วยเหลือ LINE Official Account ภาษาไทย[3] แบ่งฟังก์ชันเป็นหมวด เช่น บรอดแคสต์ ริชเมนู คูปอง บัตรสะสมแต้ม แบบสอบถาม แชท LINE Call โปรไฟล์ธุรกิจ และการตอบกลับอัตโนมัติ จากที่เราตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2569 ไม่มีหมวดไหนเป็นระบบรับจองหรือจัดคิว ส่วนบนหน้าโปรไฟล์ ประกาศเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์ LINE Official Account เมื่อ 30 ก.ย. 2568[4] ยกเลิกเมนู "การจอง (Reservation)" มีผล 22 ต.ค. 2568 ลิงก์ที่ร้านเคยใส่ไว้ถูกย้ายไปแสดงที่ช่องเว็บไซต์ให้อัตโนมัติ
หน้าโปรไฟล์ยังจะเปลี่ยนอีกรอบตามประกาศเปลี่ยนแปลงหน้าโปรไฟล์ธุรกิจของ LINE[5] ซึ่งมีผลตั้งแต่ 21 ต.ค. 2569 ที่อยู่ เวลาทำการ และ URL เว็บไซต์ที่เคยอยู่ด้านบนโปรไฟล์จะย้ายไปรวมในส่วนข้อมูลพื้นฐาน ประกาศระบุว่าข้อมูลที่เผยแพร่อยู่จะถูกย้ายไปรูปแบบใหม่ให้อัตโนมัติ แต่ข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วยังไม่ได้เผยแพร่จะไม่ถูกย้ายและจะถูกลบ ร้านที่วางลิงก์จองไว้บนโปรไฟล์ควรเข้าไปเช็กก่อนวันนั้น
เครื่องมือที่เหมาะที่สุดจึงเป็นริชเมนู ศูนย์ช่วยเหลือของ LINE อธิบายว่าเป็นแถบเมนูขนาดใหญ่ด้านล่างหน้าแชท ใช้พาลูกค้าไปเว็บไซต์ภายนอกได้ และตั้งช่วงเวลาแสดงหรือซ่อนได้ ตามภาพรวมริชเมนูของ LINE Developers[6] ร้านสร้างริชเมนูใน LINE Official Account Manager ผ่านหน้าจอแบบกดเลือกได้เลย ไม่ต้องเขียนโปรแกรม และตารางราคาของ LINE OA คิดเงินเฉพาะค่าข้อความกับของเสริมอย่าง MyCustomer และ MyShop ไม่มีรายการค่าริชเมนูแยก
ตั้งหน้าจองฟรีได้ใน 3 ขั้น ขั้นแรกสร้างหน้าจองใน Google Calendar ตามคู่มือสร้างตารางนัดหมายของ Google Calendar[7] ซึ่งตั้งระยะเวลาต่อคิว ช่วงเวลาที่รับจอง และจำนวนนัดสูงสุดต่อวันได้ ขั้นที่สองวางลิงก์ไว้ที่ปุ่ม "จองคิว" ในริชเมนู ขั้นที่สามตั้งข้อความตอบกลับแบบคีย์เวิร์ดให้คำว่า "จอง" ส่งลิงก์เดียวกันกลับไป ข้อความแบบนี้ไม่นับโควตา ตามศูนย์ช่วยเหลือ LINE เรื่องประเภทข้อความที่นับโควตา[8]

ข้อจำกัดของหน้าจองฟรี
บัญชี Google ส่วนตัวสร้างหน้าจองได้ 1 หน้า ตามตารางเทียบฟีเจอร์ตารางนัดหมายของ Google Calendar[9] ส่วนอีเมลเตือนอัตโนมัติและการรับชำระเงินเป็นฟีเจอร์ของบัญชีแบบเสียเงิน คู่มือของ Google ยังระบุว่าแบบฟอร์มบังคับกรอกชื่อ นามสกุล และอีเมล และค่าเริ่มต้นให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
ผลในทางปฏิบัติคือ ลูกค้าที่ต้องออกจากแชทไปกรอกฟอร์มบนเว็บอาจกดปิดกลางทาง ลูกค้าที่อยากจองคิวภายในชั่วโมงนี้จะจองไม่ได้จนกว่าร้านจะปรับค่าเริ่มต้น และเพราะการเตือนของ Google เป็นอีเมล ไม่ใช่ข้อความใน LINE ร้านอาจยังต้องทักเตือนเองในแชทอยู่ดี
รับจองในแชทเอง ฟรีแต่ใช้แรงคน
แชทที่แอดมินพิมพ์ตอบลูกค้าไม่นับโควตาข้อความ ข้อจำกัดอยู่ที่เครื่องมือจัดการแชท หน้า OA แชทแพ็กเกจของ LINE[10] ระบุว่าบัญชีที่ไม่ได้ซื้อแพ็กเกจเสริมนี้สร้างแท็กได้ 5 แท็ก ติดได้ 1 แท็กต่อแชท เขียนโน้ตได้ 1 โน้ตต่อแชท และเก็บประวัติแชท 6 เดือน ถ้าจ่ายเพิ่มเดือนละ 555 บาทยังไม่รวม VAT จะได้ 300 แท็ก โน้ตสูงสุด 1,000 โน้ตต่อแชท และเก็บประวัติ 5 ปี
โน้ตแค่ 1 อันต่อแชทอาจไม่พอจดประวัติลูกค้าประจำที่จองหลายรอบ อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ตามศูนย์ช่วยเหลือเรื่องโปรไฟล์ธุรกิจ[11] หน้าโปรไฟล์แสดงเวลาตอบแชทโดยประมาณได้ ร้านที่ตอบช้าบ่อยจึงอาจให้ลูกค้าเห็นตัวเลขนี้ตั้งแต่ก่อนทักมา
ส่วน AI Chatbot (Beta) ของ LINE เอง ตามศูนย์ช่วยเหลือ LINE เรื่อง AI Chatbot[12] ระบบจะเลือกคำตอบจากชุดคำถามคำตอบที่ร้านลงทะเบียนไว้ ต้องซื้อ OA แชทแพ็กเกจก่อน และบัญชีกลุ่มการแพทย์และสวัสดิการอาจใช้ไม่ได้ หน้านี้พูดถึงการตอบคำถามเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าช่วยจัดคิว วิธีตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติอยู่ในตอบแชทไม่ทัน ทำไงดี และค่าแพ็กเกจทั้งหมดอยู่ในราคา LINE OA 2569
ทำระบบจองคิวใน LINE ด้วย LIFF หรือ LINE MINI App คุ้มไหม
คำตอบสั้น: อาจคุ้มเมื่อร้านมีหลายสาขาหรือมีคิวมากพอจะจ้างนักพัฒนา เพราะได้หน้าจองที่เปิดในแอป LINE โดยลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม และถ้าผ่านการรับรองเป็น Verified MINI App จะส่งยืนยันและเตือนนัดได้สูงสุด 5 ข้อความต่อการจองโดยไม่เสียค่าข้อความ ร้านสาขาเดียวที่คิวไม่มากอาจไม่คุ้ม
ภาพรวม LIFF ของ LINE Developers[13] อธิบายว่า LIFF คือแพลตฟอร์มเว็บแอปของ LY Corporation ที่ดึงข้อมูลจาก LINE ได้ เช่น LINE user ID พูดง่าย ๆ คือฟอร์มจองที่เปิดในแอป LINE และรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนจอง ถ้าจะสร้างใหม่วันนี้ หน้าแนะนำ LINE MINI App ของ LINE Developers[14] แนะนำให้สร้างเป็น LINE MINI App เลย เพราะ LIFF จะถูกรวมเข้าไปใน LINE MINI App ตามข่าวเมื่อ 12 ก.พ. 2568
หน้า LINE MINI App ของ LINE ประเทศไทย[15] ยกการจองเป็นตัวอย่างการใช้งาน ทั้งนัดหมายแพทย์ จองบริการต่าง ๆ และส่งแจ้งเตือนก่อนถึงวันนัด จุดเด่นคือ Service Message ซึ่งเอกสาร Service Messages ของ LINE Developers[16] ระบุว่าส่งได้สูงสุด 5 ข้อความต่อการจองหนึ่งครั้ง เช่น ยืนยันการจอง หรือเตือนก่อนวันนัดหนึ่งวัน ข้อความไปโผล่ในห้องแชท "LINE MINI App Notice" และหน้า LINE ประเทศไทยระบุว่าส่งได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
5 ข้อความ
แต่มีเงื่อนไขหลายชั้น ใช้ได้เฉพาะ Verified MINI App ซึ่งขั้นตอนขอรับรองเปิดให้เฉพาะ Certified Provider และใช้เวลาพิจารณา 5 ถึง 7 วันทำการ ร้านทั่วไปจึงอาจต้องทำผ่านนักพัฒนาที่ LINE รับรอง ข้อความต้องเป็นการยืนยันหรือตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกค้าทำในแอป ห้ามส่งโฆษณาหรือประกาศกิจกรรม และเทมเพลตต้องผ่านการตรวจของ LY Corporation ก่อน
เรื่องค่าใช้จ่าย เราไม่พบราคาทางการหรือราคาที่ตรวจสอบได้ของการทำหน้าจองแบบ MINI App ราคาจึงขึ้นกับใบเสนอราคาของแต่ละทีม ปัจจัยที่ทำให้ค่าทำระบบขึ้นลงอธิบายไว้ในทำแชทบอทราคาเท่าไหร่ ส่วนร้านที่ต่อ Messaging API อยู่แล้ว ภาพรวมริชเมนูของ LINE Developers ระบุว่าริชเมนูที่สร้างผ่าน API ใส่ปุ่มเลือกวันและเวลา (datetime picker) ได้ แต่ยังต้องมีระบบรับค่านั้นไปเช็กคิวว่าง
ให้ AI รับจองคิวในแชท ทำงานยังไง
คำตอบสั้น: ลูกค้าทักถามคิวในแชทเดิม AI ถามบริการ วัน เวลา และจำนวนคนให้ครบ แล้วบันทึกการจองไว้ที่เดียว ลูกค้าไม่ต้องออกจากแชทไปกรอกฟอร์ม เคสที่ต้องให้คนตัดสินส่งต่อให้ทีมงานตอบเองได้
ลูกค้าพิมพ์มาแบบที่พิมพ์ปกติ เช่น "พรุ่งนี้ 1 ทุ่ม นวดไทย 2 ท่าน ว่างไหม" AI จับให้ได้ว่าต้องการบริการอะไร วันไหน กี่โมง กี่คน ถ้าเวลานั้นเต็มก็เสนอเวลาที่ว่าง ถ้าร้านเก็บมัดจำก็แจ้งยอดและเงื่อนไขเลื่อนนัดในแชท แล้วยืนยันคิวหลังเงินเข้าบัญชีจริง ทุกอย่างจบในห้องแชทเดิม

เรื่องค่าข้อความสำคัญกว่าที่หลายร้านคิด คำตอบที่ระบบส่งด้วย reply token ภายใน 1 นาทีหลังลูกค้าส่งข้อความมาไม่นับโควตา LINE OA ตามเอกสาร Messaging API ของ LINE Developers[17] และ token ใช้ได้ครั้งเดียว ส่วนข้อความที่ส่งทีหลังด้วยวิธี Push นับ 1 ข้อความต่อผู้รับ 1 คน ตามหน้าราคา Messaging API ของ LINE Developers[18] ยกเว้นคนที่บล็อกร้านไปแล้ว
1 นาที
ก่อนเลือกระบบ AI รับจองของเจ้าไหน ลองถาม 4 ข้อนี้
- ระบบตอบแบบ Reply หรือ Push และข้อความแบบไหนบ้างที่ส่งเป็น Push
- ร้านแบบเราจะใช้โควตาข้อความ LINE OA ราวเดือนละกี่ข้อความ
- พนักงานเข้าไปรับช่วงแชทไหนก็ได้ทันทีหรือเปล่า
- การจองจาก LINE, Facebook และ Instagram มารวมในรายการเดียวไหม
คลินิกต้องระวังเพิ่ม ข้อมูลที่ใช้จองอย่างชื่อ เบอร์โทร และเวลานัด อาจเก็บได้ตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562[19] มาตรา 24 (3) ซึ่งให้เก็บได้เมื่อจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อทำตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญา แต่ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ที่ห้ามเก็บโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น
แชทจองคิวของคลินิกจึงอาจไม่จำเป็นต้องถามอาการ ให้ส่งคำถามทางการแพทย์ให้เจ้าหน้าที่ตอบเอง ดูตัวอย่างที่ระบบตอบแชทคลินิก ส่วนร้านนวดและสปาดูได้ที่ระบบจองคิวร้านนวดสปา
YoKit เป็น AI แอดมินภาษาไทยสำหรับ SME ที่ตอบแชท LINE, Facebook และ Instagram รับจองคิวและนัดหมายในแชท ตรวจสลิปมัดจำเทียบกับธุรกรรมธนาคารจริงโดยไม่จำกัดจำนวนใบและไม่หักเครดิตต่อใบ และทำงานได้ 24 ชั่วโมง ราคาเริ่ม 1,490 บาทต่อเดือนรวม VAT แล้ว ทดลองฟรี 7 วันโดยไม่ต้องผูกบัตร
เตือนนัดผ่าน LINE ช่วยลดลูกค้าไม่มาได้จริงไหม
คำตอบสั้น: มีหลักฐานจากงานวิจัยในสถานพยาบาลว่าการส่งข้อความเตือนทำให้คนมาตามนัดมากขึ้น โดยรวม 78.6% เทียบกับ 67.8% เมื่อไม่ได้เตือน แต่เป็นการเตือนทาง SMS ผลกับร้านบริการและ LINE อาจต่างไป และถ้าระบบส่งเตือนเองด้วย Push จะนับโควตา LINE OA
หลักฐานที่ชัดที่สุดที่เราหาได้คือการทบทวนงานวิจัยของ Cochrane[20] ปี 2556 ซึ่งรวมงานทดลองแบบสุ่ม 8 ชิ้น ผู้เข้าร่วม 6,615 คน พบว่าการส่ง SMS เตือนทำให้คนมาตามนัดที่สถานพยาบาลมากกว่าไม่เตือน อัตรามาตามนัดโดยรวมอยู่ที่ 67.8% ในกลุ่มที่ไม่ได้เตือน 78.6% ในกลุ่มที่ได้ SMS และ 80.3% ในกลุ่มที่โทรเตือน

SMS ได้ผลใกล้เคียงการโทร และมีสองงานที่พบว่าต้นทุนต่อการมาตามนัดหนึ่งครั้งของ SMS ต่ำกว่าการโทร 55% และ 65% ผู้วิจัยยังระบุว่าการลืมเป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งที่คนไม่มาตามนัด ข้อความเตือนจึงอาจช่วยได้ตรงจุด
ข้อควรระวังคือคุณภาพหลักฐานอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทุกงานทำในสถานพยาบาล และเป็นการเตือนทาง SMS ไม่ใช่ LINE ร้านนวดหรือร้านทำผมอาจเห็นผลต่างไป เราจึงไม่แปลงตัวเลขนี้เป็นคำสัญญาว่าลูกค้าที่ไม่มาจะลดลงกี่เปอร์เซ็นต์
ส่วนต้นทุน ถ้าแอดมินพิมพ์เตือนเองในหน้าแชทจะไม่นับโควตา แต่การเตือนอัตโนมัติล่วงหน้าหนึ่งวันมักเกิดตอนที่ลูกค้าไม่ได้ทักมา จึงใช้ Reply ไม่ได้และต้องส่งแบบ Push ซึ่งนับ 1 ข้อความต่อผู้รับ 1 คน อีกทางที่ไม่เสียค่าข้อความคือ Service Message ของ Verified MINI App ที่อธิบายไว้ในหัวข้อ LIFF และ LINE MINI App
ลองดูตัวอย่างสมมติ ร้านมีวันละ 10 คิว ส่งเตือนคิวละ 1 ครั้งด้วย Push เดือนหนึ่งจะใช้ราว 300 ข้อความ เท่ากับโควตาทั้งเดือนของแพ็กเกจฟรีพอดี ถ้ายังอยากส่งบรอดแคสต์โปรด้วย ก็ต้องขยับไปแพ็กเกจเบสิก 1,280 บาทต่อเดือนยังไม่รวม VAT ซึ่งได้ 15,000 ข้อความ ตามหน้าแพ็กเกจ LINE OA ของ LINE ประเทศไทย[1] ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สถิติของร้านจริง
300 ข้อความ
ข้อความเตือนที่ดีควรมีบริการที่จอง วันและเวลา สถานที่หรือสาขา และวิธีเลื่อนนัดในแชทเดิม เช่น "พรุ่งนี้ 14:00 ตัดผมกับช่างเอ ที่สาขาหน้าตลาด ถ้าต้องการเลื่อน ตอบในแชทนี้ได้เลยค่ะ" ลูกค้าที่เลื่อนได้ง่ายอาจเลือกเลื่อนแทนการหายไปเฉย ๆ
เก็บมัดจำผ่าน LINE ยังไงไม่ให้โดนสลิปปลอม
คำตอบสั้น: แจ้งยอดมัดจำ เงื่อนไขเลื่อนและยกเลิกให้ชัดในแชทก่อนลูกค้าโอน แล้วยืนยันคิวหลังเห็นเงินเข้าบัญชีจริงเท่านั้น ไม่ใช่ดูจากรูปสลิป ส่วนการริบมัดจำ กฎหมายวางหลักให้ริบได้เมื่อลูกค้าเป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง แต่ศาลลดยอดที่สูงเกินส่วนได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377[21] ถือว่ามัดจำเป็นหลักฐานว่าสัญญาเกิดขึ้นแล้ว และเป็นประกันว่าจะทำตามสัญญา ส่วนมาตรา 378[22] วางหลักว่า ถ้าไม่ได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น มัดจำให้คืนหรือหักเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการเมื่อทำตามสัญญาครบ ให้ริบได้ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้หรือสัญญาเลิกเพราะความผิดของฝ่ายนั้น และให้คืนถ้าฝ่ายที่รับมัดจำเป็นฝ่ายละเลยเอง
แต่ใช่ว่าร้านจะตั้งมัดจำสูงแค่ไหนก็ได้ พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540[23] มาตรา 7 ให้ศาลลดมัดจำที่สูงเกินส่วนลงเหลือเท่าความเสียหายที่แท้จริงได้ การแจ้งยอดมัดจำ เงื่อนไขเลื่อนนัด และเงื่อนไขยกเลิกให้ชัดในแชทก่อนลูกค้าโอน อาจช่วยลดข้อโต้แย้งภายหลัง เพราะข้อความในแชทอาจใช้เป็นหลักฐานว่าตกลงกันไว้อย่างไร ข้อมูลส่วนนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง
อีกความเสี่ยงคือสลิปปลอม บทความวิธีเช็กสลิปปลอมของธนาคารกรุงศรี[24] แนะนำว่าวิธีที่แน่นอนที่สุดคือเปิดแอปธนาคารของร้านเอง แล้วดูยอดคงเหลือกับรายการเคลื่อนไหวล่าสุด และสรุปว่าการป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การจับผิดรูปสลิปด้วยตา แต่คือการมีระบบยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีจริง
ร้านที่มีมัดจำเข้าวันละหลายรายการอาจเปิดแอปเช็กทุกครั้งไม่ทัน ทางอัตโนมัติคือระบบที่ตรวจสลิปแต่ละใบเทียบกับธุรกรรมจริงของธนาคาร ซึ่ง YoKit ทำได้โดยไม่จำกัดจำนวนใบ หลักการทำงานอยู่ในระบบตรวจสลิปอัตโนมัติคืออะไร ถ้ายังตรวจเองอยู่ ดูวิธีเช็กในสลิปปลอม เช็กยังไงให้ชัวร์ และถ้าโดนไปแล้ว ขั้นตอนแจ้งความอยู่ในโดนสลิปปลอม แจ้งความยังไง
เทียบ 4 วิธีรับจองผ่าน LINE ร้านแบบไหนควรใช้แบบไหน
คำตอบสั้น: ร้านที่มีไม่กี่คิวต่อวันเริ่มจากรับจองในแชทหรือวางลิงก์หน้าจองฟรีในริชเมนูได้ ร้านหลายสาขาที่มีงบจ้างนักพัฒนาค่อยดู LINE MINI App ส่วนร้านที่แชทถามคิวเข้าเยอะหรือเข้านอกเวลา การให้ AI รับจองในแชทอาจคุ้มกว่า
| วิธี | ค่าใช้จ่ายที่ประกาศ | ลูกค้าจองตรงไหน | การเตือนนัด | ตรวจมัดจำ | เหมาะกับร้านแบบไหน |
|---|---|---|---|---|---|
| รับจองในแชทเอง | LINE OA แพ็กเกจฟรี 0 บาท | ในแชท | แอดมินพิมพ์เอง ไม่นับโควตา | เปิดแอปธนาคารเช็กเอง | มีไม่กี่คิวต่อวัน และมีคนตอบแชททัน |
| ลิงก์ริชเมนูกับ Google Calendar | 0 บาท ด้วยบัญชี Google ส่วนตัว (หน้าจอง 1 หน้า) | หน้าเว็บนอกแชท | อีเมลเตือนอัตโนมัติ เฉพาะบัญชี Google แบบเสียเงิน | รับชำระเงินในหน้าจองได้เฉพาะบัญชีแบบเสียเงิน | บริการไม่ซับซ้อน ลูกค้าเลือกเวลาเองได้ |
| LIFF หรือ LINE MINI App | ค่าพัฒนาตามใบเสนอราคา | ในแอป LINE | Service Message ฟรีสูงสุด 5 ข้อความต่อการจอง เฉพาะ Verified MINI App | ต้องสร้างเพิ่ม | หลายสาขา คิวเยอะ มีงบจ้างนักพัฒนา |
| AI รับจองในแชท | ค่าบริการรายเดือน เช่น YoKit เริ่ม 1,490 บาท รวม VAT | ในแชทเดิม | ขึ้นกับผู้ให้บริการ ถ้าส่งแบบ Push นับโควตา | YoKit ตรวจเทียบธุรกรรมจริง ไม่จำกัดใบ | แชทถามคิวเยอะ หรือเข้านอกเวลาร้านเปิด |
สรุปจากหน้าทางการของ LINE ประเทศไทย LINE Developers และ Google Calendar ตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2569
ถ้ามองตามประเภทธุรกิจ แต่ละแบบอาจเหมาะต่างกันแบบนี้
- คลินิก ถามแค่ข้อมูลที่ใช้นัด และอย่าวางแผนพึ่ง AI Chatbot ของ LINE เพราะบัญชีกลุ่มการแพทย์อาจใช้ไม่ได้
- ร้านนวดและสปา แชทจองที่เข้าช่วงเย็นและวันหยุดอาจหลุดถ้าไม่มีคนรับ การให้ AI รับจองในแชทอาจคุ้ม
- ร้านทำผม ถ้ามีช่างหลายคนให้เลือก หน้าจองฟรีหน้าเดียวอาจไม่พอ การรับจองในแชทที่ถามชื่อช่างไปด้วยอาจง่ายกว่า
- ธุรกิจคอร์สเรียน รอบเรียนกลุ่มต้องนับที่นั่ง อาจเริ่มจากรับในแชทแล้วจดที่นั่งแต่ละรอบไว้ที่เดียว ดูตัวอย่างที่ระบบตอบแชทธุรกิจคอร์สเรียน
ถ้าอยากให้ AI รับจองคิวในแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดูวิธีทำงานที่ระบบรับจองคิวผ่านแชท ตัวอย่างสำหรับร้านนวดสปา และคลินิก หรือเทียบราคาทุกแพ็กเกจ ได้เลย ทดลองฟรี 7 วันโดยไม่ต้องผูกบัตร
ข้อมูลฟีเจอร์ ราคา และตัวบทกฎหมายในบทความนี้ตรวจจากหน้าทางการเมื่อ 4 ต.ค. 2569 เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี LINE และ Google ปรับฟีเจอร์ได้เสมอ ก่อนตั้งค่าจริงควรเปิดหน้าทางการดูอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
LINE OA มีปุ่มจองคิวในตัวไหม
จากที่เราตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2569 ไม่พบระบบที่รับจองและจัดคิวให้ในตัว รายการฟังก์ชันในศูนย์ช่วยเหลือ LINE Official Account ภาษาไทยมีหมวดอย่างริชเมนู คูปอง บัตรสะสมแต้ม แชท และการตอบกลับอัตโนมัติ แต่ไม่มีหมวดรับจอง และ LINE ประกาศยกเลิกเมนู “การจอง (Reservation)” บนหน้าโปรไฟล์ มีผลตั้งแต่ 22 ต.ค. 2568 โดยย้ายลิงก์ที่ร้านเคยใส่ไว้ไปแสดงที่ช่องเว็บไซต์แทน ร้านที่อยากรับจองผ่าน LINE จึงรับจองในแชท ใส่ลิงก์หน้าจองไว้ในริชเมนู หรือเชื่อมระบบภายนอกผ่าน Messaging API
ส่งข้อความเตือนนัดผ่าน LINE OA นับโควตาข้อความไหม
ขึ้นกับวิธีส่ง ถ้าแอดมินพิมพ์เตือนเองในหน้าแชทของ LINE OA จะไม่นับ เพราะ LINE ไม่นับข้อความแชทที่รับส่งกับลูกค้า แต่ถ้าระบบส่งเตือนอัตโนมัติด้วย Push API จะนับ 1 ข้อความต่อผู้รับ 1 คน การเตือนล่วงหน้าหนึ่งวันมักเกิดตอนที่ลูกค้าไม่ได้ทักมา จึงใช้วิธี Reply ไม่ได้ เพราะ Reply ต้องส่งภายใน 1 นาทีหลังลูกค้าทักมา ตัวอย่างเช่น ร้านที่มีวันละ 10 คิวและเตือนคิวละครั้งจะใช้ราว 300 ข้อความต่อเดือน เท่ากับโควตาทั้งหมดของแพ็กเกจฟรีพอดี
ลูกค้าโอนมัดจำแล้วไม่มาตามนัด ร้านริบมัดจำได้ไหม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 วางหลักว่า ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น มัดจำให้ริบได้เมื่อฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือสัญญาเลิกเพราะความผิดของฝ่ายนั้น แต่ พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 ให้ศาลลดมัดจำที่สูงเกินส่วนลงเหลือเท่าความเสียหายที่แท้จริงได้ การแจ้งยอดมัดจำ เงื่อนไขเลื่อนนัด และเงื่อนไขยกเลิกให้ชัดในแชทก่อนลูกค้าโอน อาจช่วยลดข้อโต้แย้งภายหลัง ข้อนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ทำหน้าจองคิวฟรีด้วย Google Calendar แล้วใส่ลิงก์ใน LINE ได้ไหม
ได้ บัญชี Google ส่วนตัวสร้างหน้าจองได้ 1 หน้า ตั้งระยะเวลาต่อคิว ช่วงเวลาที่ว่าง และจำนวนนัดสูงสุดต่อวันได้ แล้วเอาลิงก์ไปใส่ในริชเมนูของ LINE OA ข้อจำกัดคือแบบฟอร์มบังคับกรอกชื่อ นามสกุล และอีเมล ส่วนการส่งอีเมลเตือนอัตโนมัติกับการรับชำระเงินเป็นฟีเจอร์ของบัญชีแบบเสียเงิน และการเตือนของ Google เป็นอีเมล ไม่ใช่ข้อความใน LINE ร้านที่ลูกค้าไม่ค่อยเปิดอีเมลจึงอาจยังต้องทักเตือนเองในแชท
LIFF กับ LINE MINI App ต่างกันยังไง ร้านเล็กควรทำเองไหม
ทั้งสองแบบคือเว็บแอปที่เปิดในแอป LINE ได้โดยลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม LINE Developers แนะนำให้สร้างแอปใหม่เป็น LINE MINI App เพราะจะรวม LIFF เข้าไปในอนาคต จุดเด่นสำหรับการจองคือ Service Message ที่ส่งยืนยันและเตือนนัดได้สูงสุด 5 ข้อความต่อการจองหนึ่งครั้งโดยไม่เสียค่าข้อความ แต่ใช้ได้เฉพาะ Verified MINI App ซึ่งต้องยื่นผ่านผู้ให้บริการที่ LINE รับรอง และใช้เวลาพิจารณา 5 ถึง 7 วันทำการ ร้านสาขาเดียวที่คิวไม่มากอาจไม่คุ้มที่จะจ้างทำ
