สลิปปลอมผิดกฎหมายไหม ติดคุกกี่ปี? ผิด และมักผิดหลายฐานพร้อมกัน ฐานหลักคือฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341[1] โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท กับนำข้อมูลเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ซึ่งโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ส่วนฐานปลอมเอกสารยังไม่แน่ เพราะขึ้นกับว่าศาลจะนับภาพสลิปในมือถือเป็นเอกสารหรือไม่
หน้านี้ว่าด้วยข้อกฎหมายล้วน ๆ ถ้าเพิ่งโดนและอยากรู้ขั้นตอน อ่านสิ่งที่ต้องทำใน 24 ชั่วโมงแรกหลังโดนสลิปปลอมก่อน
ตรวจตัวบทและข่าวล่าสุดเมื่อ 3 ต.ค. 2569 (2026) เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง
สลิปปลอมผิดกฎหมายอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: ที่ชัดที่สุดคือฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 กับนำข้อมูลเท็จเข้าระบบตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ส่วนปลอมเอกสารอาจเข้าด้วย ถ้าศาลนับภาพสลิปเป็นเอกสาร

ฉ้อโกงคือหลอกด้วยข้อความเท็จโดยทุจริต แล้วได้ทรัพย์สินไป เคสสลิปปลอมอาจเข้าครบ ลูกค้าบอกว่าโอนแล้วพร้อมส่งรูปสลิปยืนยัน ร้านเชื่อจึงส่งของ
ตัวบทไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ ของหลักร้อยก็ผิด ถ้าคนทำแสดงตนเป็นคนอื่น อาจเข้ามาตรา 342[2] ซึ่งโทษหนักขึ้น
ส่วน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560[3] มาตรา 14 (1) เอาผิดการนำข้อมูลปลอมหรือเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริตหรือหลอกลวง ส่งไฟล์สลิปที่แต่งขึ้นเข้าแชทจึงอาจเข้าข่าย มาตรานี้มีสองวรรคที่ผลต่างกัน
- วรรคหนึ่ง ทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และยอมความไม่ได้
- วรรคสอง ทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท และยอมความได้
ในข่าวการจับกุมของหนังสือพิมพ์บ้านเมือง[4] เมื่อ 26 ก.พ. 2569 ผู้ต้องหาสั่งของแบบเก็บเงินปลายทางแล้วโชว์สลิปปลอมกับพนักงานส่งของ หมายจับตั้งข้อหาฉ้อโกงกับนำข้อมูลเท็จเข้าระบบ "อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ซึ่งตรงกับองค์ประกอบของวรรคหนึ่ง และไม่มีข้อหาปลอมเอกสาร
เคสนั้นมีบริษัทขนส่งเสียหายหลายแห่ง ส่วนเคสที่หลอกร้านเดียวอาจเข้าวรรคสองแทน สุดท้ายจะเข้าวรรคไหนจึงขึ้นกับข้อเท็จจริงและข้อหาที่พนักงานสอบสวนตั้ง
ส่วนสลิปเวียน คือสลิปจริงที่โอนให้คนอื่นแล้วเอามาส่งซ้ำ ตัวรูปไม่ได้ปลอม จึงอาจไม่เข้าฐานปลอมเอกสาร แต่ยังอาจผิดฐานฉ้อโกง เพราะความผิดอยู่ที่การอ้างว่าโอนให้ร้านแล้ว ดูต่อในสลิปเวียนและสลิปปลอม 6 รูปแบบที่ระบาดปี 2026
ปลอมสลิปติดคุกกี่ปี โทษแต่ละฐานเท่าไหร่
คำตอบสั้น: โทษสูงสุดมีตั้งแต่จำคุกไม่เกิน 3 ปี ไปจนถึงไม่เกิน 7 ปีแล้วแต่ฐาน และถ้าทำครั้งเดียวผิดหลายบท ศาลลงโทษบทที่หนักที่สุดบทเดียว
| ฐานความผิด | มาตรา | จำคุก | ปรับ | ยอมความได้ไหม |
|---|---|---|---|---|
| ฉ้อโกง | ป.อาญา ม.341 | ไม่เกิน 3 ปี | ไม่เกิน 60,000 บาท | ได้ |
| ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น | ป.อาญา ม.342 | ไม่เกิน 5 ปี | ไม่เกิน 100,000 บาท | ได้ |
| ฉ้อโกงประชาชน | ป.อาญา ม.343 | ไม่เกิน 5 ปี (ถ้ามีลักษณะตาม ม.342 ด้วย 6 เดือนถึง 7 ปี) | ไม่เกิน 100,000 บาท (ถ้ามีลักษณะตาม ม.342 ด้วย 10,000 ถึง 140,000 บาท) | ไม่ได้ |
| ปลอมเอกสาร ถ้าศาลนับสลิปเป็นเอกสาร | ป.อาญา ม.264 | ไม่เกิน 3 ปี | ไม่เกิน 60,000 บาท | ไม่ได้ |
| ปลอมเอกสารสิทธิ ถ้าศาลนับสลิปเป็นเอกสารสิทธิ | ป.อาญา ม.265 | 6 เดือนถึง 5 ปี | 10,000 ถึง 100,000 บาท | ไม่ได้ |
| นำข้อมูลเท็จเข้าระบบ น่าจะเสียหายแก่ประชาชน | พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14 วรรคหนึ่ง | ไม่เกิน 5 ปี | ไม่เกิน 100,000 บาท | ไม่ได้ |
| นำข้อมูลเท็จเข้าระบบ ทำต่อคนคนเดียว | พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14 วรรคสอง | ไม่เกิน 3 ปี | ไม่เกิน 60,000 บาท | ได้ |
ม.265 และ ม.343 กรณีมีลักษณะตาม ม.342 ต้องลงทั้งจำคุกและปรับ ฐานอื่นลงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งคู่ก็ได้ อัตราโทษของประมวลกฎหมายอาญาเป็นอัตราตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560[5] ส่วนคนที่ปลอมแล้วเอาไปใช้เอง มาตรา 268[6] ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียว
สี่เรื่องที่ต้องรู้ประกอบตาราง
- อย่าเอาตัวเลขมาบวกกัน ทำครั้งเดียวผิดหลายบท มาตรา 90[7] ให้ลงโทษบทที่หนักที่สุดบทเดียว
- ทำหลายครั้งอาจนับแยกกระทง ส่งหลายรอบหรือหลอกหลายร้าน อาจเป็นหลายกรรม ซึ่งมาตรา 91[8] ให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทง
- จับได้ก่อนส่งของก็ยังผิดได้ อาจเป็นพยายามฉ้อโกง ซึ่งมาตรา 80[9] ให้รับโทษสองในสาม ส่วนฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อาจครบตั้งแต่ไฟล์ถูกส่งเข้าแชท
- ฉ้อโกงประชาชนไม่ได้เกิดเองอัตโนมัติ มาตรา 343[10] ใช้เมื่อหลอกประชาชนทั่วไป เช่น เปิดเพจหลอกขาย ส่งสลิปปลอมให้ร้านทีละร้านจึงไม่เข้ามาตรานี้เสมอไป

สลิปในมือถือนับเป็นเอกสารไหม
คำตอบสั้น: ยังไม่มีคำตอบตายตัว นิยามเอกสารในกฎหมายเขียนไว้กว้าง แต่เรายังไม่พบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินเรื่องภาพสลิปโอนเงินโดยตรง ข้อหาหลักจึงยังเป็นฉ้อโกงกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
กรมประชาสัมพันธ์[11]สรุปนิยาม "เอกสาร" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (7) ว่าเป็นกระดาษหรือวัตถุอื่นใดที่ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข จะทำโดยพิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นก็ได้ ถ้อยคำอาจกว้างพอจะรวมภาพบนจอ
ถ้าศาลมองว่าสลิปเป็น "เอกสารสิทธิ" คือหลักฐานการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับสิทธิ ตามมาตรา 1 (9)[12] โทษจะขึ้นเป็นจำคุก 6 เดือนถึง 5 ปี
ตัวอย่างใกล้สุดที่เราหาได้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3238/2536[13] ศาลชั้นต้นลงโทษฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมกับใบเสร็จรับเงินปลอม ต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาให้ข้อหาส่วนที่เป็นใบเสร็จตกไป เพราะเป็นกรรมเดียวกับคดียักยอกที่ตัดสินไปแล้ว ไม่ได้วินิจฉัยว่าใบเสร็จไม่ใช่เอกสารสิทธิ และนั่นเป็นใบเสร็จ ไม่ใช่ภาพสลิปบนมือถือ
ร้านไม่ต้องเลือกข้อหาเอง งานของร้านคือเก็บไฟล์สลิปต้นฉบับ แชททั้งหมด และรายการเดินบัญชีที่แสดงว่าเงินไม่เข้า ตามเช็กลิสต์หลักฐานที่ต้องเก็บ
สลิปปลอมยอมความได้ไหม อายุความเท่าไหร่
คำตอบสั้น: ฉ้อโกงตามมาตรา 341 และ 342 กับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรคสองยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำ ส่วนฐานที่ยอมความไม่ได้มีอายุความ 10 ปี
มาตรา 348[14] ให้ความผิดหมวดฉ้อโกงยอมความได้ทั้งหมด ยกเว้นฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ส่วนกำหนดเวลามี 3 ตัวที่ต้องรู้
- 3 เดือน มาตรา 96[15] ให้ร้องทุกข์ฐานที่ยอมความได้ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำ และมาตรา 17[16] ให้ใช้หลักนี้กับกฎหมายอื่นด้วย จึงครอบคลุมมาตรา 14 วรรคสอง
- 10 ปี ฐานที่ยอมความไม่ได้ มาตรา 95 (3)[17] ให้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำมายังศาลภายใน 10 ปีนับแต่วันทำผิด ถอนแล้วคดีก็ยังเดินต่อ
- 72 ชั่วโมง ใช้เฉพาะตอนที่เงินของคุณไหลออกไปและธนาคารระงับไว้ ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566[18] มาตรา 7 ดูกรอบ 72 ชั่วโมงกับขั้นตอนแจ้งความทีละขั้น
3 เดือน
อีกสองเรื่องที่ร้านมักพลาด
- แจ้งไว้เป็นหลักฐานเฉย ๆ อาจยังไม่นับ ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (7)[19] นิยามคำร้องทุกข์ว่าต้องมีเจตนาให้ผู้กระทำได้รับโทษ ตอนแจ้งจึงควรบอกตรง ๆ ว่าประสงค์จะดำเนินคดี
- เจรจาไปก่อน กำหนด 3 เดือนก็ยังเดินอยู่ การรอให้อีกฝ่ายผ่อนจ่ายไม่ทำให้กำหนด 3 เดือนหยุดเดิน ตามที่บทความกฎหมายของ Legardy[20]อธิบายไว้
ถ้าตกลงกันได้และถอนคำร้องทุกข์ สิทธิฟ้องฐานที่ยอมความได้จะระงับไปตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (2)[21] และกลับมาฟ้องอีกไม่ได้
ร้านค้าเรียกเงินคืนจากคนส่งสลิปปลอมได้ทางไหนบ้าง
คำตอบสั้น: มี 4 ทางหลัก คือให้อัยการเรียกราคาสินค้าคืนแทน ยื่นขอค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา ฟ้องแพ่งฐานละเมิด หรือยอมความให้อีกฝ่ายชดใช้ ส่วนการขอคืนผ่าน ปปง. มักใช้ไม่ได้ถ้าเงินของร้านไม่ได้ไหลออกไป
| ช่องทาง | ข้อกฎหมาย | กรอบเวลา |
|---|---|---|
| อัยการเรียกราคาสินค้าคืนแทน | ป.วิ.อาญา มาตรา 43[22] | ไปพร้อมคำฟ้องคดีฉ้อโกง |
| คำร้องขอค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา | ป.วิ.อาญา มาตรา 44/1[23] | ก่อนเริ่มสืบพยาน ถ้าไม่มีการสืบพยาน ยื่นก่อนศาลตัดสิน |
| ฟ้องแพ่งฐานละเมิด | ป.พ.พ. มาตรา 420[24] และมาตรา 448[25] | 1 ปีนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำ ถ้าอายุความอาญายาวกว่า ใช้อายุความอาญา |
| ยอมความให้ชดใช้ | ป.วิ.อาญา ม.39 (2) | ถอนได้ก่อนคดีถึงที่สุด ถอนแล้วฟ้องฐานที่ยอมความได้อีกไม่ได้ |
| ขอคืนเงินผ่าน ปปง. | พ.ร.ก.ฯ ม.8/2 และกฎกระทรวงปี 2569 | ภายใน 90 วันนับแต่ ปปง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
สองทางแรกต้องรอให้คดีถึงศาล ถ้าอัยการเรียกราคาสินค้าให้ตามมาตรา 43 แล้ว จะยื่นขอราคาเดิมซ้ำตามมาตรา 44/1 ไม่ได้ ฟ้องแพ่งต้องรู้ตัวคนทำ และอายุความอาจยาวกว่า 1 ปีถ้าใช้อายุความอาญา ควรให้ทนายช่วยนับ
ยอมความอาจได้เงินเร็วที่สุด แต่ควรได้เงินครบก่อนถอน ไม่มีทางไหนรับประกันว่าจะได้คืน หลักฐานแชท โปรไฟล์ และเลขบัญชีบนสลิปจึงสำคัญ
ปปง. มักไม่ใช่ทางของร้านที่เสียของ เพราะคืนได้เฉพาะเงินในบัญชีที่ถูกยึด อายัด หรือระงับไว้ และผู้จัดการออนไลน์[26]รายงานว่าผู้เสียหายต้องแสดงได้ว่าเงินที่ขอคืนเชื่อมโยงกับคดีของตัวเอง เคสที่ลูกค้าเอาของไป เงินของร้านไม่ได้ไหลเข้าบัญชีไหน จึงมักไม่มีเงินให้ขอคืน ยกเว้นร้านถูกหลอกให้โอนเงินออกไปเอง
กฎหมายใหม่ปี 2568 ถึง 2569 เปลี่ยนอะไรสำหรับร้านค้า
คำตอบสั้น: พ.ร.ก.ฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ให้สั่งคืนเงินที่ถูกระงับให้ผู้เสียหายได้โดยไม่ต้องรอศาล และกฎกระทรวงที่วางวิธีคืนเงินมีผลตั้งแต่ 12 ส.ค. 2569 แต่ใช้ได้เฉพาะเคสที่มีเงินถูกยึด อายัด หรือระงับไว้
ตาม พ.ร.ก.ฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568[27] มาตรา 8/2 ปปง. จะประกาศบัญชีที่เกี่ยวข้องในราชกิจจานุเบกษา ผู้เสียหายยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานภายใน 90 วันนับแต่วันประกาศ ถ้าไม่เห็นด้วยกับผล ยื่นต่อศาลแพ่งได้ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้ง
วิธีปฏิบัติอยู่ในกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569[28] ซึ่งเว็บไซต์รัฐบาลไทย[29]แถลงว่ามีผล 12 ส.ค. 2569 และที่ประชุมตั้งเป้าทำหลักเกณฑ์ประกอบให้เสร็จภายใน ก.ย. 2569 ก่อนยื่นจึงควรดูประกาศล่าสุดของ ปปง. อีกครั้ง
โพสต์ทูเดย์[30]รายงานคำชี้แจงของ ปปง. ว่ายื่นได้เฉพาะช่องทางที่ ปปง. กำหนด ไม่รับผ่านโซเชียลมีเดีย และไม่เก็บค่าธรรมเนียม ประกาศทางการอยู่ที่ amlo.go.th ใครทักมาเสนอตามเงินคืนให้ ให้สงสัยไว้ก่อน
ส่วนมาตรา 8/10 ที่ให้ธนาคาร ค่ายมือถือ และแพลตฟอร์มโซเชียลร่วมรับผิดในความเสียหาย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าทำตามมาตรฐานแล้ว อาจช่วยเคสร้านได้น้อย เพราะเงินร้านมักไม่ได้ไหลผ่านผู้ให้บริการเหล่านั้น
กฎหมายช่วยร้านได้แค่ไหน ทำไมการตรวจก่อนส่งของยังคุ้มกว่า
คำตอบสั้น: กฎหมายเอาผิดคนทำได้หลายฐาน แต่ไม่รับประกันว่าร้านจะได้ของหรือเงินคืน และทางคดีอาจใช้เวลาหลายเดือน ด่านที่กันไม่ให้เสียของตั้งแต่แรกคือตรวจสลิปกับธุรกรรมจริงของธนาคารก่อนส่งของ
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ[31]รับแจ้งคดีออนไลน์ 25,201 คดีในเดือน ก.ค. 2569 เดือนเดียว ตัวเลขนี้รวมคดีทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะสลิปปลอม แต่ด้วยปริมาณขนาดนี้ คดีของร้านจึงอาจใช้เวลา การกันสลิปปลอมตั้งแต่แรกอาจคุ้มกว่าการชนะคดีทีหลัง
25,201 คดี
ด่านที่ทำได้ฟรีวันนี้คือสแกน QR บนสลิปด้วยแอปธนาคาร ตามวิธีเช็กสลิปปลอมด้วยการสแกน QR ทีละธนาคาร หรือคู่มือแยกธนาคาร เช่น กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, กรุงเทพ, กรุงศรี, ออมสิน, ทีทีบี และ ธ.ก.ส. แต่สลิปเวียนมักสแกนผ่านเพราะเป็นของจริง ต้องเทียบชื่อบัญชีผู้รับกับบัญชีร้านทุกครั้ง
ถ้าสลิปเข้าวันละหลายสิบใบ การตรวจด้วยมืออาจเริ่มหลวม ดูว่าระบบตรวจสลิปอัตโนมัติทำงานยังไง หรือลองใส่ตัวเลขของร้านในเครื่องคิดจุดคุ้มทุนของการตรวจสลิป
YoKit เป็น AI แอดมินภาษาไทยสำหรับร้านค้าและ SME ตอบแชท LINE, Facebook และ Instagram ช่วยปิดการขาย และตรวจสลิปกับธุรกรรมจริงของธนาคารก่อนร้านส่งของ ไม่จำกัดจำนวนใบ ไม่หักเครดิตรายใบ ทำงาน 24 ชั่วโมง เริ่ม 1,490 บาทต่อเดือนรวม VAT ทดลองฟรี 7 วันไม่ต้องใช้บัตร
ระบบนี้ไม่ได้ช่วยเรื่องคดี หน้าที่ของมันคือเป็นด่านก่อนของออกจากร้าน ดูวิธีทำงานได้ที่ระบบตรวจสลิปกับธุรกรรมจริงของ YoKit หรือเทียบแพ็กเกจที่หน้าราคา
ความรู้ทั่วไปจากตัวบท คำพิพากษา และข่าว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ข้อเท็จจริงของแต่ละเคสอาจทำให้ผลต่างไป ควรปรึกษาพนักงานสอบสวนหรือทนายความ
คำถามที่พบบ่อย
ส่งสลิปปลอมแต่ร้านจับได้ก่อนส่งของ ผิดไหม
ผิดได้ แม้ร้านจะยังไม่เสียของ การลงมือหลอกแล้วแต่ไม่สำเร็จอาจเป็นพยายามฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ซึ่งรับโทษสองในสามของโทษฐานฉ้อโกง ส่วนการส่งไฟล์สลิปที่แต่งขึ้นเข้ามาในแชทก็อาจเข้าข่ายนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ตั้งแต่ตอนที่ส่งเข้ามา ถ้าจะเอาเรื่อง ให้เก็บแชทกับไฟล์สลิปต้นฉบับไว้ให้ครบ
ได้เงินคืนแล้ว ถอนแจ้งความสลิปปลอมได้ไหม
ถอนได้ก่อนคดีถึงที่สุด แต่เฉพาะฐานที่ยอมความได้ คือฉ้อโกงตามมาตรา 341 และ 342 กับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรคสองที่ทำต่อคนคนเดียว เมื่อถอนคำร้องทุกข์แล้ว สิทธิฟ้องคดีอาญาในฐานเหล่านี้ระงับไปตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (2) และกลับมาฟ้องอีกไม่ได้ แต่ถ้าพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาที่ยอมความไม่ได้ไว้ด้วย เช่น ฉ้อโกงประชาชน หรือมาตรา 14 วรรคหนึ่ง คดีส่วนนั้นยังเดินต่อ จึงควรได้เงินครบก่อนถอน
แจ้งความไว้เป็นหลักฐานเฉย ๆ นับว่าร้องทุกข์แล้วหรือยัง
อาจยังไม่นับ ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (7) นิยามคำร้องทุกข์ว่าต้องเป็นการกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ การแจ้งไว้เป็นหลักฐานอย่างเดียวจึงอาจไม่ถือว่าได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนของฐานที่ยอมความได้ ตอนแจ้งควรบอกพนักงานสอบสวนตรง ๆ ว่าประสงค์จะดำเนินคดี และอ่านบันทึกให้ครบก่อนเซ็น
โดนสลิปปลอมแล้วขอเงินคืนจาก ปปง. ได้ไหม
มักใช้ไม่ได้ การคืนเงินตามกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 12 ส.ค. 2569 คืนได้เฉพาะเงินในบัญชีที่ถูกยึด อายัด หรือระงับไว้ และผู้เสียหายต้องแสดงได้ว่าเงินก้อนนั้นเชื่อมโยงกับคดีของตัวเอง เคสที่ลูกค้าส่งสลิปปลอมแล้วเอาของไป เงินของร้านไม่ได้ไหลเข้าบัญชีไหนเลย จึงต้องเรียกคืนผ่านคดีอาญา ฟ้องแพ่ง หรือยอมความแทน ยกเว้นร้านถูกหลอกให้โอนเงินออกไปเอง
สลิปปลอมยอดไม่กี่ร้อยบาท เอาผิดได้ไหม
ได้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ไม่ได้กำหนดมูลค่าขั้นต่ำไว้ ของหลักร้อยจึงผิดฐานฉ้อโกงได้เหมือนของหลักหมื่น โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท แต่ฐานนี้ยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำ ถ้าคนเดียวกันส่งสลิปปลอมมาหลายครั้ง แต่ละครั้งอาจนับเป็นความผิดแยกกระทง จึงควรเก็บหลักฐานทุกครั้งไว้ด้วยกัน
